กำหนดกลยุทธ์ธุรกิจด้วย Business Analytics

องค์กรขนาดใหญ่ก็เริ่มมีการนำ Business Analytics มาแก้โจทย์ และตัดสินใจทางธุรกิจมากขึ้น ผมจะยกตัวอย่าง เช่น บริษัท A มีปัญหาสต็อคเกินมากเกินไป ทำให้ต้นทุนสูง และผู้บริหารต้องการลดสต็อค แต่ไม่ให้กระทบการให้บริการลูกค้า

จากโจทย์ดังกล่าว เราสามารถนำ Business Analytics จะมาช่วย โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้

Descriptive Analytics

Descriptive Analytics คือการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อตอบคำถามในระดับดังต่อไปนี้
– มีเหตุการณ์หรือเกิดปัญหาอะไรขึ้น
– ปัญหาเกิดบ่อยแค่ไหน และเกิดในกระบวนการไหนของธุรกิจ
– สาเหตุของปัญหาคืออะไร
– ธุรกิจจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อแก้ปัญหานั้น

#ตัวอย่างการนำไปใช้
บริษัท A มีปัญหาสต็อคสินค้าเหลือมากเกินไป ผู้บริหารสามารถนำ Descriptive Analytics มาวิเคราะห์ปัญหาว่า สต็อคกลุ่มไหนที่มีมากเกินไป อะไรคือสาเหตุทำให้สต็อคเหลือเกิน และ บริษัท A จะต้องทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานั้นๆ

Predictive Analytics

Predictive Analytics เป็นรูปแบบการใช้ข้อมูลโดยจะเป็นการ “พยากรณ์” หรือ “ทำ นาย” สิ่งที่จะเกิดขึ้น การวิเคราะห์แบบนี้ จะใช้ข้อมูลในอดีตร่วมกับโมเดลทางคณิตศาตร์ต่าง ๆ เพื่อมาวิเคราะห์และตัดสินใจได้ดีขึ้น

#ตัวอย่างการนำไปใช้
บริษัท A ที่มีปัญหาสต็อคเหลือมากเกินข้างต้น พบว่า ปัญหาหนึ่งเกิดจากการพยากรณ์การขายไม่แม่นยำ ทำให้ สินค้าเหลือมาก ดังนั้น บริษัท A สามารถนำ Predictive Analytics มาช่วยการพยากรณ์การขายให้แม่นยำมากขึ้น ทำให้การสั่งซื้อสินค้าได้ถูกต้อง และลดปัญหาสินค้าเกิน และหมดอายุได้

Prescriptive Analytics

Prescriptive Analytics เป็นรูปแบบการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนที่สุด เพราะรวมทั้งการพยากรณ์หรือทำนายว่าอะไรจะเกิดขึ้น และยังให้คำแนะนำทางเลือกต่างๆ และประเมินผล และความเสี่ยงของแต่ละทางเลือกอีกด้วย
Prescriptive Analytics จะใช้ผลวิเคราะห์จาก Predictive Analytics เป็นพื้นฐาน โดยซอฟต์แวร์ Prescriptive Analytics จะช่วยเลือกกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา

ตัวอย่างการนำไปใช้
จากปัญหาสต็อคข้างต้น บริษัท A พบว่า ธุรกิจมีรายการสินค้าหลายร้อยรายการ และอยากจะกำหนดระดับสต็อคที่เหมาะสม โดยไม่ให้มีสต็อคมากเกินไป แต่ก็ต้องให้มีสินค้าเพียงพอกับการขาย เพื่อรักษาระดับการบริการกับลูกค้า
บริษัท A จึงได้นำเทคนิควิเคราะห์ Prescriptive Analytics ซึ่งช่วยเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อคำนวณระดับสินค้า ต่ำสุด/สูงสุด ของแต่ละรายการ โดยที่จุดต่ำสุด/สูงสุดนี้ จะลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด ในขณะที่รักษาการระดับการให้บริการลูกค้าที่ 95%

ผู้เขียน: 

ผู้เขียน
เอกรัตน์ รุจิรเศรษฐกุล, CPIM ESLog
ที่ปรึกษากลยุทธ์ โลจิสติกส์และซัพพลาย
ประสบการณ์บริหารซัพพลายเชน กับบริษัทระดับโลกมากกว่า 20 ปี
ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา วิทยากร และอาจารย์พิเศษ

พบกับผลงานของผู้เขียนได้ที่
เพจ Right Strategy by Akarat และ ช่องยูทูป Supply Chain Talk


By Akarat

คุณ เอกรัตน์ รุจิรเศรษฐกุล มีประสบการณ์ บริหารและจัดการ โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มากกว่า 20 กว่าปี ให้กับบริษัทระดับโลก ดูแลทีมงานประเทศไทย และต่างประเทศ และเป็นปรึกษาให้องค์กรขนาดใหญ่ และ SME มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรมต่างๆ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Translate »